เกี่ยวกับศูนย์

Scan 2015-03-28 00.43.29

ศูนย์ปฏิบัติธรรมมาบเอื้อง เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง

ริเริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๔ หลังวิกฤติน้ำท่วมกรุงเทพฯ เดิมตั้งใจจะใช้เป็นสำนักงานของสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง บนที่ดิน ๔ ไร่ ๒ งาน ที่ซื้อโดยเงินกองกลางของเครื่องข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ต่อมาในปี ๒๕๕๕ เมื่อ อ.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ได้นิมนต์หลวงพ่อสังคม ธนปัญโญ ซึ่งในขณะนั้นเป็นรองเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ให้มาสร้างโรงเรียนและวัด จึงได้ขอมติจากคณะกรรมการเครื่อข่ายกสิกรรมธรรมชาติ โดยมี อ.ธีระ วงศ์เจริญ เป็นประธาน โดยมีมตินุมัติเป็นเอกฉันท์ และให้เปลี่ยนสถานะเป็น “ศูนย์ปฏิบัติธรรมมาบเอื้อง เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง (Maab-Euang Meditation Center for Sufficiency Economy)” โดยมีพระสังคม ธนปัญโญ เป็นผู้อำนวยการศูนย์

บวร

ภารกิจของศูนย์ปฏิบัติธรรมมาบเอื้อง เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง ก่อตั้งขึ้นโดยบูรณาการจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง บ้านวัดโรงเรียน หรือ “บวร” ที่ว่า “การพัฒนาอย่าทิ้งวัดและโรงเรียน” กล่าวได้ว่า ศูนย์ปฏิบัติธรรมมาบเอื้องฯ ในนามของ “วัด” และ “โรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย” ได้ก่อเกิดควบคู่กันอย่างเหนียวแน่น โดยวัดทำหน้าที่บ่มเพาะ คุณธรรม จริยธรรม ด้วยการขัดเกลา และฝึกฝนตามแบบที่พระพุทธเจ้าวางไว้ และสาวกถือปฏิบัติสืบต่อกันมา ที่เรียกว่า “ศีลาจารวัตร” ทุกเช้าเย็น ครูและนักเรียนจะได้สวดมนต์ ฟังธรรมะ และปฏิบัติภาวนา คล้ายกับโรงเรียนของ “สามเณร” อันเป็นการวางรากฐานความคิด ความเชื่อ โดยมีจุดมุ่งหมายสูงสุด คือ สืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่ประเทศไทยสืบไป

ศูนย์ปฏิบัติธรรมมาบเอื้อง เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคน ทุกชนชาติ ทุกศาสนา ที่ปรารถนาการเรียนรู้ธรรมะ และ แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นทางเลือกและทางรอดของมวลมนุษยชาติ โดยมีการจัดเป็นการเรียนการสอนแนวทางเลือกในรูปแบบของผสานจิตใจและเศรษฐกิจควบคู่กัน เพื่อให้พึ่งพาตนเองได้อย่างถูกวิธีตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับปริญญา และเปิดกว้างเป็นสถานที่เรียนรู้และปฏิบัติธรรมของทุกทุกคน

พอเพียง

ศูนย์ปฏิบัติธรรมมาบเอื้อง เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวคิดแห่งวัดที่มีความพอเพียง พื้นที่ใช้สอยใช้หลัก “โคก หนอง นา” โมเดล อันวัดนี้มีเจตนารมณ์เพื่อสืบสานวิถีไทยและวิถีพุทธ นำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ให้เกิดจริง ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เพื่อให้วัดได้อยู่ร่วมกับวิถีกสิกรรมธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ศูนย์ปฏิบัติธรรมมาบเอื้องฯ จึงเน้นการพัฒนาโดยเน้นหลักกสิกรรมธรรมชาติโดยเริ่มต้นตั้งแต่พระมหาธาตุเจดีย์ ๒๖๐๐ ปี พุทชยันตีเฉลิมราชและอาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆที่สร้างด้วยดินเพื่อให้รักษาอุณหภูมิและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

หลวงพ่อสังคม ธนปัญโญ

พระอาจารย์สังคม ภูมิหลังเคยเป็นช่างภาพหนังสือพิมพ์ เป็นนักจัดรายการวิทยุทั้งในและต่างประเทศ มีประสบการณ์เรียนและทำงานในต่างประเทศ 10 ปี และก่อนอุปสมบทได้เป็นหนึ่งในช่างภาพเฉพาะกิจของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการรัฐเทกซัส

พอบวชแล้วได้เน้นงานอบรมธรรมะแก่เยาวชน แต่พระอาจารย์สังคมว่า ทำไปช่วงหนึ่งก็เห็นว่ายังไม่ครอบคลุมถึงครอบครัวและชุมชน จึงได้คิดหาวิธีใหม่ๆ จนได้มาศึกษาแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ตรัสว่า บ้าน วัด โรงเรียนต้องเกื้อหนุนส่งเสริมกันและกัน กอปรกับได้อ่านคติพจน์ของหลวงปู่จันทร์ กุสโล อดีตเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และเป็นผู้อุปถัมภ์วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ที่ว่าเศรษฐกิจจิตใจแก้ไขพร้อมกัน ทำให้เกิดประกายความคิดที่จะสอนชาวบ้าน โดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริฯ มาเป็นแนวทาง

“ตั้งแต่นั้นอาตมาได้เริ่มเก็บข้อมูลของชาวบ้านและชุมชนจนรู้ว่าชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นทุกข์ เพราะมีหนี้สินติดตัวจึงได้ไปติดต่อกับเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง กระทั่งมีโครงการต่างๆ ได้พยายามติดต่อเข้ามาช่วยชาวบ้าน เช่น โครงการมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ โครงการไบโอดีเซล โครงการชีววิถีของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ โครงการสร้างฝายแฝกตามโครงการพระราชดำริ เป็นต้น ทำให้ชาวบ้านเริ่มมีความหวังในชีวิต”

ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง
พระนักพัฒนาชุมชนเมื่อได้มองเห็นปัญหาต่างๆ ของชาวบ้านด้วยการใช้ปัญญาพิจารณาตามหลักอริยสัจสี่แล้ว จึงร่วมกับเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยผาส้มเริ่มการแก้ปัญหาความยากจนของชาวบ้านและชุมชน โดยการน้อมนำเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริมาทำที่วัด

พระอาจารย์สังคม กล่าวว่า จากการพัฒนาวัดด้านถาวรวัตถุมาสู่การพัฒนาจิตใจ และพัฒนาวิถีชีวิตของคนในชุมชนด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริฯ จากคติธรรมของหลวงปู่จันทร์ กุสโล มาเป็นการบูรณาการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งทั้ง 4 ด้านอย่างครบวงจรดังกล่าว จนทำให้ชุมชนในละแวกหมู่บ้านอมลองและใกล้เคียงมีความสุขทั้งร่างกายและจิตใจ ชุมชนมีความหวังว่าจะหมดหนี้หมดสินในวันข้างหน้าอันใกล้ “อาตมารู้สึกมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือชาวบ้านด้วยความเต็มใจ” พระสังคม กล่าว

 

ถาวรวัตถุต่างๆ ภายในศูนย์ปฏิบัติธรรมมาบเอื้องเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง

กุฏิดิน ห้องน้ำดิน บ่งบอกถึงความประหยัดและสันโดษ ไม่ต้องใช้แอร์ เพราะแค่ดินก็ช่วยรักษาอุณหภูมิได้ สิ่งทั้งหลายนี้สำเร็จลุล่วงได้เพราะผู้คนรู้รักสามัคคีในการสร้างเสนาสนะและศาสนสถาน ผู้ใฝ่ศรัทธาศาสนามาร่วมสร้างด้วยพลังกายและพลังใจอันก่อเป็นปิติ มาร่วมกันย่ำดิน ก่อและฉาบกำแพงดิน แสดงให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของบวร

ศูนย์ปฏิบัติธรรมมาบเอื้อง เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง

 

พระมหาธาตุเจดีย์ ๒๖๐๐ ปี พุทชยันตีเฉลิมราช

Scan 2015-03-28 00.42.30

“ประโยชน์สูง ประหยัดสุด”

สร้างขึ้นโดยดำริของ พระสังคม ธนปัญโญ ร่วมกับ อ.วิวัฒน์ ศัลยกำธร และคณะกรรมการของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ เนื่องในวโรกาสสำคัญ ๓ ประการ คือ

๑. ๒๖๐๐ ปี พุทธชยันตีแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เนื่องจากปี ๒๕๕๖ เป็นปีครบรอง ๒๖๐๐ ปี ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ หลวงพ่อสังคม ซึ่งเป็นพระสงฆ์เครือข่ายนักพัฒนา และพระมหาพงศ์นรินทร์ ผู้ทำ “โครงการเยาวชนทำดีถวายในหลวง” ดำริสร้างอนุสรณ์สถานบูชาคุณพระพุทธเจ้า

๒. ๑๐๐ ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช

๓. ๘๕ ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
โดยจะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและเรียนหนังสือ

ชั้นแรก

ใช้เป็นที่ประชุมและชั้นเรียนของนักเรียนนักศึกษาปูทะเลย์มหาวิชชาลัย

ชั้นสอง

ใช้เป็นห้องสวดมนต์ภาวนา เจริญสติ อบรมธรรมะ และจัดนิทรรศการ ๓ มหาบุรุษ คือ พระพุทธเจ้า สมเด็จพระสังฆราช และบูรพมหากษัตริย์ไทย

ถ้ำใต้ดิน

เป็นถ้ำขุดเจาะเอง สามารถแจวเรือเข้าไปได้ โดยมีน้ำ ๓ ส่วน ดิน ๑ ส่วน สามารถนั่งปฏิบัติธรรมได้

ยอดฉัตร

ยอดฉัตร มี ๘ แฉก แฝงความหมายถึง มรรค ๘ โดยบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้

ฐานฉัตร เป็นสี่เหลี่ยม อันหมายถึง อริยสัจ ๔ มี “กงล้อธรรมจักร” หมุนในแนวนอน หมุนอริยสัจ 4 โดยมีมรรค 8 เป็นทาง คือ มรรค 4 ผล 4 นิพพาน 1

ฐานของยอดมีระบบน้ำหมุนวน

รอบฐาน ห่อหุ้มด้วยธรรมชาติ

รอบฐานปลูกต้นไม้สูง ป่าและต้นไม้นานาพรรณ เป็นเจดีย์ที่เกื้อกูลกับธรรมชาติและวิถีชีวิต เป็น “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

ออกแบบ

สถาปนิก ผศ.ดร. เขียนศักดิ์ แสงเกลี้ยง และวิศวกร รศ.ดร. สายันต์ ศิริมนตรี ออกแบบพระมหาธาตุเจดีย์ ๒๖๐๐ ปีฯ เพื่อให้รองรับวิกฤตต่างๆ และเป็นสถาปัตยกรรมที่เกื้อกูลต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด และเกิดประโยชน์สูงประหยัดสุด โดยถอดแบบมาจากสถูปศาณจี ประเทศอินเดีย

วางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖
ประธานฝ่ายสงฆ์ : พระราชญาณกวี (ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม ๙)
ประธานฝ่ายฆราวาส : ดร. เกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร

เริ่มก่อสร้างชั้น ๒ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๗

พระพลังแผ่นดิน

ภายในพระมหาธาตุเจดีย์ฯ ได้ร่วมกันออกแบบพระพลังแผ่นดินเป็นพระประธานใหญ่ โดยนำดินมาจากทั่วโลกและ 77 จังหวัดของไทย มาปั้นเป็น “พระพลังแผ่นดิน”

ศาลาดินอเนกประสงค์ “Earthsave รักษ์โลก”

เป็นอาคารหลังแรกซึ่งออกแบบสร้างโดย คุณสัณหจุฑา จิราธิวัฒน์ โดยมูลนิธิดินรักษ์น้ำ (Earthsave Foundation) มีพื้นที่ประมาณ ๑๑๖ ตารางเมตร เริ่มก่อสร้างปี ๒๕๕๔ ก่อสร้างโดยการนำของ อ.พนา ศรีสวัสดิ์ อาสาสมัครและผู้เข้าอบรม และทหารเรือ

กุฏิดิน ๒ ชั้น

เริ่มก่อสร้างพร้อมกับพระมหาธาตุเจดีย์ ๒๖๐๐ ปีฯ ตั้งใจสร้างเพื่อเป็นที่พักพระ เณร และพระอาคันตุกร ที่จะมาพักเพื่อถ่ายทอดธรรมะ และประพฤติปฏิบัติต่างๆ มีพื้นที่รวม ๒ ชั้น ๑๖๐ ตารางเมตร โดยมีกลุ่ม “Very Goooood” เป็นกำลังสำคัญทั้งหาทุนและก่อสร้าง

พระเจ้าทันใจดิน

คนที่รู้รักสามัคคีกว่า ๑๒๐๐ คน ช่วยกันปั้นจนเสร็จภายใน ๑ วัน เป็นนิมิตหมายอันดีที่จะสร้างสิ่งร่วมใจร่วมกัน และเป็นที่มาของความศักดิ์สิทธิ์และความอัศจรรย์ในการปั้นพระเจ้าทันใจ